เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน กงมยอง ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อท้องถิ่น หลังจากที่ภาพยนตร์ Netflix เรื่องล่าสุดของเขาเรื่อง Husbands in Action (คุณสามีส์ช่วยด้วย!) ได้ออกอากาศแล้ว
โดย Husbands in Action (คุณสามีส์ช่วยด้วย!) เป็นภาพยนตร์แนวแอ็คชั่น-คอมเมดี้ ที่เล่าเรื่องราวปฏิบัติการช่วยเหลือภรรยาที่ถูกลักพาตัวไปโดยองค์กรอาชญากรรม ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือของสามีเก่า (จินซนกยู รับบท ชุงซิก) และสามีปัจจุบัน (กงมยอง รับบท มินซอก) ที่ไม่อยากร่วมมือกันเลยสักนิด
กงมยอง ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะพี่ชายแท้ๆ ของโดยอง วง NCT เคยเปิดเผยก่อนหน้านี้ว่าเขาเพิ่งได้รับของขวัญวันเกิดเป็นรถยนต์จากน้องชาย ซึ่งสร้างกระแสฮือฮาไม่น้อยในเกาหลี
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ กงมยองเล่าว่า
ผมพูดถึงเรื่องรถยนต์คันนี้ครั้งแรกในรายการ Pinggyego (รายการทอล์คโชว์ของเกาหลี) และคิดว่าอิทธิพลของรายการนั้นใหญ่มาก เพราะหลังจากนั้นมีคนมากมายติดต่อหาน้องชายของผม
เขากล่าวเสริม
น้องชายบอกว่ามันทำให้เขามีความสุขเล็กๆ น้อยๆ ระหว่างที่รับราชการทหาร และเหมือนได้ปลดปล่อยความตื่นเต้น (dopamine rush) ให้กับเขา
เมื่อถูกถามว่า หลังจากได้รับของขวัญหรูขนาดนี้แล้ว รู้สึกกดดันไหมว่าจะต้องให้อะไรน้องชายในวันเกิดของเขาบ้าง?
กงมยองตอบติดตลกว่า
คนรอบข้างถามผมว่า ตอนนี้คุณไม่รู้สึกอึดอัดเหรอ? หรือ คุณจะทำยังไงกับวันเกิดน้องชายของคุณล่ะ? แต่จริงๆ แล้วผมไม่รู้สึกเป็นภาระเลยสักนิด ผมไม่ได้ให้ความสำคัญกับวันเกิดน้องชายทุกปีอยู่แล้ว ดังนั้นผมว่าพาไปกินข้าวมื้อดีๆ สักมื้อก็พอแล้วล่ะ
คำตอบติดตลกของเขาทำให้ผู้ร่วมงานในห้องสัมภาษณ์หัวเราะกันเป็นเสียงเดียว
นอกจากนี้ เขายังได้พูดถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นที่เขามีกับโดยองอีกด้วย
ตอนที่เรายังเด็กกว่า เพราะเป็นพี่น้องกัน ก็มีบางครั้งที่ผมอาจจะอยากไปเที่ยวกับเพื่อนโดยไม่ต้องพาน้องชายไปด้วย แต่เพราะพ่อแม่เราทำงานกันทั้งคู่ ผมเลยต้องดูแลน้องชายทุกครั้งที่ออกไปข้างนอก ผมคิดว่าผมพาเขาไปทุกที่จนกระทั่งเขาเรียนอยู่มัธยมต้นเลยแหละ - กงมยองเล่าถึงความผูกพันในวัยเด็ก
เขากล่าวต่อว่า
แน่นอนว่าเขาเป็นที่พึ่งทางใจของผม ถ้าน้องชายของผมไม่ได้ทำงานในวงการนี้ อาจจะมีบางเรื่องที่ผมไม่สามารถพูดออกมาได้แม้แต่กับคนในครอบครัว แต่เพราะเราคือครอบครัวและก็ทำงานในวงการเดียวกัน มันเลยทำให้คุยกันได้ง่าย
เขากล่าวเสริมว่า
ถึงแม้เขาเป็นไอดอล งานของเขาจะเป็นคนละแนว แต่ในทางหนึ่ง เขาก็เคยทำทั้งละครเวทีและเว็บดราม่า ส่วนผมเองก็เคยร้องเพลงและเต้นในแฟนมีตติ้ง ผมคิดว่าข้อดีอย่างหนึ่งคือเราสามารถแบ่งปันประสบการณ์และช่วยเหลือกันและกันได้ (ในส่วนที่งานของเราทับซ้อนกัน)